เมนู Toggle

POPULAR

ทำไม Heathrow ให้นำของเหลว 2 ลิตรผ่าน Security ได้ แต่บางสนามบินยังจำกัด 100 มล.?

ทำไม Heathrow ให้นำของเหลว 2 ลิตรผ่าน Security ได้ แต่บางสนามบินยังจำกัด 100 มล.?

ทำไม Heathrow ให้นำของเหลว 2 ลิตรผ่าน Security ได้...แต่บางสนามบินยังจำกัด 100 มล.?

   หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดของ Airport Security ในช่วงหลังคือกฎของเหลวไม่ได้เหมือนกันทุกสนามบินอีกต่อไป ปัจจุบัน Heathrow Airport ระบุว่าผู้โดยสารที่ผ่านจุดตรวจใน Terminal 2, 3, 4 และ 5 สามารถนำของเหลวในภาชนะขนาดสูงสุด 2 ลิตรผ่าน Security ได้ และสามารถเก็บของเหลวรวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ไว้ในกระเป๋าระหว่างการตรวจได้ แต่ในอีกหลายสนามบิน กฎ 100 มล. ยังใช้อยู่ GOV.UK เองก็ระบุว่าที่สนามบินส่วนใหญ่ยังไม่อนุญาตภาชนะของเหลวที่มีความจุเกิน 100 มล. และแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบกฎของสนามบินต้นทาง สนามบินต่อเครื่อง และขากลับแยกกัน
ทำไมกฎถึงไม่เหมือนกัน ทั้งที่เป็นการเดินทางทางอากาศเหมือนกัน?


ทำไมกฎถึงไม่เหมือนกัน ทั้งที่เป็นการเดินทางทางอากาศเหมือนกัน?

   เพราะข้อกำหนดของเหลวไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเดียว ระบบตรวจที่สนามบินใช้ ระดับการรับรองของอุปกรณ์ กฎหมายของประเทศ ขั้นตอนปฏิบัติ และการประเมินความเสี่ยงล้วนมีผลต่อสิ่งที่ผู้โดยสารสามารถนำผ่านจุดตรวจได้

การยกเลิกกฎ 100 มล. ต้องผ่านกระบวนการอนุมัติ

   การมีเครื่องสแกนรุ่นใหม่จึงไม่ได้หมายความว่ากฎ 100 มล. จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ สนามบินต้องผ่านกระบวนการอนุมัติและจัดระบบการตรวจให้เป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับ

Heathrow อนุญาตอะไรบ้าง?

   ข้อมูลจาก Heathrow ระบุว่า ผู้โดยสารสามารถนำของเหลวในภาชนะได้สูงสุด 2 ลิตรและไม่ต้องนำออกจากกระเป๋าเมื่อผ่าน Security ใน Terminal 2–5 รวมถึงสามารถเก็บ Laptop, Tablet และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ไว้ในกระเป๋าได้

ข้อยกเว้นสำหรับขวดโลหะและเที่ยวบินบางปลายทาง

   อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดสำคัญ เช่น ขวดโลหะหรือขวดเก็บอุณหภูมิแบบ reusable ต้องเทของเหลวออกก่อนผ่าน Security และเที่ยวบินไปออสเตรเลียยังมีข้อจำกัดเรื่องของเหลวในภาชนะเกิน 100 มล. นี่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่ากฎยังขึ้นอยู่กับปลายทางและข้อกำหนดเฉพาะ


เทคโนโลยีตรวจสัมภาระรุ่นใหม่เปลี่ยนประสบการณ์อย่างไร?

   เทคโนโลยีตรวจสัมภาระรุ่นใหม่เปลี่ยนประสบการณ์อย่างไร? สนามบินหลายแห่งกำลังเปลี่ยนจากระบบ X-Ray แบบดั้งเดิมไปสู่ Checkpoint Property Screening System ที่ใช้ Computed Tomography หรือ CT ซึ่งสร้างข้อมูลภาพสามมิติของสัมภาระ ทำให้ Operator สามารถหมุนดูวัตถุและวิเคราะห์รายละเอียดจากหลายมุมได้มากขึ้น

Next-Generation Security Scanners กับการพัฒนาระบบตรวจสนามบิน

   รัฐบาลสหราชอาณาจักรเคยประกาศผลักดันการติดตั้ง Next-Generation Security Scanners โดยระบุว่าเทคโนโลยีใหม่ช่วยตรวจวัตถุต้องห้ามได้แม่นยำขึ้น และช่วยให้ผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องนำอุปกรณ์บางประเภทออกจากกระเป๋า แต่การยกเลิกข้อจำกัดของเหลวต้องเป็นไปตามกำหนดและการอนุมัติของแต่ละสนามบิน

เปรียบเทียบกฎของเหลว Heathrow 2 ลิตร กับสนามบินที่ยังใช้กฎ 100 มล.

กฎของเหลวในการเดินทางทางอากาศไม่ได้เหมือนกันทุกสนามบิน โดย Heathrow อนุญาตให้ผู้โดยสารนำของเหลวในภาชนะสูงสุด 2 ลิตรผ่านจุดตรวจได้ ขณะที่สนามบินอีกหลายแห่งยังใช้ข้อจำกัด 100 มล. ซึ่งส่งผลต่อวิธีจัดกระเป๋าและขั้นตอน Security Screening

หัวข้อเปรียบเทียบHeathrow Airport
Terminal 2–5
สนามบินที่ยังใช้กฎ
100 มล.
ความจุของภาชนะบรรจุของเหลวไม่เกิน 2 ลิตรต่อภาชนะไม่เกิน 100 มล. ต่อภาชนะ สำหรับของเหลวทั่วไป
การนำของเหลวออกจากกระเป๋าไม่จำเป็นต้องนำออกตามขั้นตอนปกติขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสนามบิน อาจต้องนำออกแยกตรวจ
ถุงพลาสติกใสสำหรับของเหลวไม่ต้องแยกใส่ถุงเพื่อผ่านการตรวจตามขั้นตอนปกติบางสนามบินกำหนดให้ใส่ถุงใสปิดผนึกซ้ำได้ ความจุไม่เกิน 1 ลิตร
Laptop และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่เก็บไว้ในกระเป๋าได้ตามขั้นตอนปกติอาจต้องนำออก ขึ้นอยู่กับเครื่องตรวจและขั้นตอนปฏิบัติ
ขวดโลหะหรือขวดเก็บอุณหภูมิแบบใช้ซ้ำต้องเทของเหลวออกก่อนผ่าน Securityตรวจสอบข้อกำหนดเฉพาะของสนามบิน
การเดินทางต่อเครื่องและขากลับกฎ 2 ลิตรของ Heathrow ไม่ได้ครอบคลุมสนามบินอื่นโดยอัตโนมัติต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสนามบินที่ผ่านจุดตรวจ
ข้อยกเว้นสำคัญเที่ยวบินไปออสเตรเลียมีข้อจำกัดของเหลวในภาชนะเกิน 100 มล.อาจมีข้อยกเว้นสำหรับยา อาหารทารก และความจำเป็นทางการแพทย์

หมายเหตุ: ข้อมูลเปรียบเทียบอ้างอิง Heathrow Airport และ GOV.UK ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ข้อกำหนดอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลจากสนามบินและสายการบินก่อนเดินทาง

แล้ว X-Ray แบบเดิมหมดความจำเป็นหรือยัง?

   ยังไม่หมดความจำเป็น Security Screening ไม่ได้มีเฉพาะสนามบินขนาดใหญ่ และแต่ละพื้นที่มี Threat Level, ปริมาณงาน และงบประมาณต่างกัน เครื่อง X-Ray แบบ Dual-Energy ยังคงใช้แพร่หลายในอาคารราชการ ศาล สถานีขนส่ง ศูนย์ประชุม โรงแรม โรงงาน สถานทูต และ Critical Infrastructure ซึ่งไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้ CT ทุกจุด คำถามที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ “CT ใหม่กว่า X-Ray หรือไม่” แต่คือ “ระบบใดเหมาะกับสิ่งที่ต้องตรวจ ปริมาณสัมภาระ และมาตรฐานที่พื้นที่ต้องปฏิบัติตาม”


ทำไมการรับรองอุปกรณ์จึงสำคัญ?

   งาน Aviation Security เป็นงานที่อุปกรณ์ต้องผ่านมาตรฐานและการรับรองตามกรอบของหน่วยงานกำกับ ตัวอย่างเช่น Department for Transport ของสหราชอาณาจักรเผยแพร่รายการอุปกรณ์ Aviation Security Screening ที่ได้รับอนุมัติ เช่น Explosive Detection Systems, Security Scanners และ Liquid Explosive Detection Systems แสดงให้เห็นว่าการใช้งานจริงไม่ได้พิจารณาเพียงสเปกที่ผู้ผลิตระบุ แต่ต้องดูว่าระบบผ่านเกณฑ์สำหรับภารกิจนั้นหรือไม่
   Checkpoint ที่ดีอาจประกอบด้วยหลายเทคโนโลยี เอกสาร Checkpoint Requirements and Planning Guide ของ TSA แสดงตัวอย่างองค์ประกอบของจุดตรวจที่รวม Advanced Technology X-Ray หรือ CT, WTMD/AIT, ETD, Bottled Liquid Scanner, พื้นที่ตรวจบุคคล และพื้นที่ตรวจสัมภาระ ซึ่งสะท้อนหลัก Multi-Layer Security ว่าแต่ละเทคโนโลยีมีหน้าที่เฉพาะและเสริมกัน

ดังนั้น แม้เทคโนโลยีตรวจสัมภาระจะก้าวหน้า การรักษาความปลอดภัยยังคงเป็นระบบที่ต้องรวมอุปกรณ์ บุคลากร SOP และ Risk Assessment เข้าด้วยกัน สำหรับองค์กรทั่วไป ควรเลือก X-Ray หรือเทคโนโลยีแบบใด? เริ่มจากโจทย์จริงของพื้นที่ ได้แก่ ขนาดกระเป๋าที่ต้องตรวจ ปริมาณคนต่อชั่วโมง ประเภทภัยคุกคาม ระดับความละเอียดที่ต้องการ พื้นที่ติดตั้ง งบประมาณ ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ และข้อกำหนดมาตรฐาน หากเป็นอาคารหรือจุดตรวจทั่วไป X-Ray Baggage Scanner ที่เหมาะสมอาจให้ประสิทธิภาพเพียงพอและคุ้มค่ากว่าการเลือกเทคโนโลยีระดับสนามบินโดยไม่จำเป็น


JARTON Security Screening Solution
   JARTON มีโซลูชัน X-Ray Inspection System และอุปกรณ์ตรวจบุคคล เช่น WTMD และ HHMD สำหรับออกแบบจุดตรวจตามระดับความเสี่ยงของพื้นที่ สามารถวางระบบตั้งแต่จุดตรวจพื้นฐานไปจนถึง Security Screening แบบหลายชั้น ข่าวเรื่องของเหลว 2 ลิตรที่ Heathrow จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “พกน้ำได้มากขึ้น” แต่เป็นตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยี มาตรฐาน และกระบวนการตรวจพัฒนาไปพร้อมกัน และย้ำว่าการเลือก Security Equipment ที่ดีต้องเริ่มจากโจทย์ของพื้นที่ ไม่ใช่เลือกจากคำว่าใหม่ที่สุดเพียงอย่างเดียว

แหล่งอ้างอิง

  1. Heathrow Airport – Hand baggage and liquids
    ข้อกำหนดเกี่ยวกับสัมภาระถือขึ้นเครื่องและของเหลวในภาชนะไม่เกิน 2 ลิตร สำหรับ Terminal 2, 3, 4 และ 5 รวมถึงข้อยกเว้นสำหรับเที่ยวบินบางปลายทาง
    เปิดแหล่งอ้างอิง – Heathrow Airport
  2. Heathrow Airport – Security and baggage
    ข้อมูลการอัปเกรดระบบ Security Scanners และขั้นตอนการตรวจที่อนุญาตให้เก็บของเหลวและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ไว้ในกระเป๋า
    เปิดแหล่งอ้างอิง – Heathrow Security
  3. GOV.UK – Hand luggage restrictions at UK airports: Liquids
    แนวทางข้อจำกัดของเหลวสำหรับสัมภาระถือขึ้นเครื่องในสหราชอาณาจักร โดยระบุว่าบางสนามบินอนุญาตภาชนะได้ถึง 2 ลิตร ขณะที่สนามบินส่วนใหญ่ยังจำกัด 100 มล.
    เปิดแหล่งอ้างอิง – GOV.UK
  4. UK Department for Transport – Aviation security screening approved equipment list
    รายการอุปกรณ์ตรวจคัดกรองความปลอดภัยด้านการบินที่ได้รับการอนุมัติในประเภทที่เกี่ยวข้อง เช่น Explosive Detection Systems, Security Scanners และ Liquid Explosive Detection Systems
    เปิดแหล่งอ้างอิง – Department for Transport
  5. Transportation Security Administration (TSA) – Checkpoint Requirements and Planning Guide
    เอกสารแนวทางการออกแบบจุดตรวจความปลอดภัย ซึ่งกล่าวถึงการใช้งาน AT X-Ray, CT, WTMD, AIT, ETD, Bottled Liquid Scanner และพื้นที่ตรวจค้นบุคคลและสัมภาระร่วมกัน
    เปิดแหล่งอ้างอิง – TSA Planning Guide (PDF)

ตรวจสอบแหล่งข้อมูล: 3 พฤศจิกายน 2569
หมายเหตุ: ข้อกำหนดด้าน Aviation Security และการนำของเหลวผ่านจุดตรวจอาจเปลี่ยนแปลงตามสนามบิน ประเทศ และเที่ยวบิน ผู้เดินทางควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับสนามบินหรือสายการบินก่อนเดินทาง

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎของเหลว 2 ลิตร และระบบตรวจสัมภาระสนามบิน

ได้ โดย Heathrow Airport ระบุว่าผู้โดยสารสามารถนำของเหลวในภาชนะที่มีความจุไม่เกิน 2 ลิตรต่อชิ้น ผ่านจุด Security ใน Terminal 2, 3, 4 และ 5 ได้ โดยไม่จำเป็นต้องนำของเหลวออกจากกระเป๋าระหว่างการตรวจ อย่างไรก็ตาม ยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและข้อยกเว้นของเที่ยวบิน เช่น เที่ยวบินไปออสเตรเลีย

เพราะแต่ละสนามบินมีระบบตรวจสัมภาระ มาตรฐานการรับรองอุปกรณ์ ข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับ และขั้นตอนปฏิบัติที่แตกต่างกัน แม้บางสนามบินจะติดตั้งเครื่องสแกนรุ่นใหม่แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยกเลิกกฎ 100 มล. ได้ทันที ผู้โดยสารจึงต้องตรวจสอบข้อกำหนดของสนามบินแต่ละแห่งก่อนเดินทาง

ไม่เสมอไป แม้ CT Scanner จะช่วยให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ภาพสัมภาระแบบสามมิติได้ แต่การอนุญาตของเหลวเกิน 100 มล. ยังขึ้นอยู่กับการรับรองอุปกรณ์ ข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับ และกระบวนการตรวจของสนามบินนั้น ๆ การติดตั้ง CT เพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่เงื่อนไขที่ทำให้ข้อจำกัดของเหลวถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ

ตามข้อกำหนดหลักของ Heathrow ผู้โดยสารสามารถเก็บ Laptop, Tablet อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ และของเหลวไว้ในกระเป๋าระหว่างผ่าน Security ได้ แต่เจ้าหน้าที่อาจขอตรวจเพิ่มเติมเป็นกรณีไป สำหรับขวดน้ำโลหะหรือขวดเก็บอุณหภูมิแบบใช้ซ้ำ ต้องเทของเหลวออกก่อนผ่านจุดตรวจ

ไม่จำเป็น เพราะสนามบินต่อเครื่องและสนามบินขากลับอาจใช้กฎ 100 มล. หรือข้อกำหนดอื่นแตกต่างจาก Heathrow นอกจากนี้ Heathrow ยังระบุว่าเที่ยวบินไปออสเตรเลียไม่อนุญาตของเหลวในภาชนะเกิน 100 มล. ผู้โดยสารควรตรวจสอบกฎของทุกสนามบินและทุกเที่ยวบินในแผนการเดินทาง

ยังจำเป็น เครื่อง X-Ray Baggage Scanner แบบ Dual-Energy ยังคงเหมาะกับงานตรวจสัมภาระในอาคารสำนักงาน โรงงาน ศูนย์ประชุม โรงแรม หน่วยงานราชการ และพื้นที่ควบคุมทั่วไป ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องใช้ CT Scanner ระดับสนามบิน การเลือกเครื่องควรพิจารณาประเภทสิ่งของ ปริมาณสัมภาระ ระดับความเสี่ยง งบประมาณ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ก่อน สุวรรณภูมิใช้ AI CT X-Ray ตรวจสัมภาระ เทคโนโลยีสนามบินยุคใหม่
ต่อไป ดอนเมืองเปลี่ยนจาก HHMD เป็น Pat-Down แล้ว HHMD ยังจำเป็นอยู่ไหม?