เมนู Toggle

ข้อเสนอเพื่อจัดหาเครื่องตรวจร่องรอยสารเสพติด

ข้อเสนอเพื่อจัดหาเครื่องตรวจร่องรอยสารเสพติด ด้วยเทคโนโลยีตรวจวัดการเคลื่อนที่ของไอออนExplosives and Narcotics Trace Detector - ETD with Ion Mobility Spectrometry

๑. หลักการและเหตุผล
ปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในภัยคุกคามสำคัญของประเทศที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการกระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในด้านการลักลอบขนส่ง การจำหน่าย และการกระจายเครือข่าย ซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเคลื่อนที่ตลอดเวลา

กระบวนการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดที่ใช้อยู่ในปัจจุบันของสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงพึ่งพาการตรวจ ปัสสาวะและการส่งตัวอย่างไปตรวจยืนยันในห้องปฏิบัติการเป็นหลัก ซึ่งมีข้อจำกัดด้านระยะเวลา ไม่สามารถรองรับการตัดสินใจเชิงปฏิบัติการในสถานที่เกิดเหตุได้อย่างทันท่วงที อีกทั้ง ไม่สามารถตรวจร่องรอยสารเสพติดที่หลงเหลืออยู่บนวัตถุ สถานที่ หรือยานพาหนะได้โดยตรง

เทคโนโลยีตรวจวัดการเคลื่อนที่ของไอออน Ion Mobility Spectrometry (IMS) เป็นเทคโนโลยี การตรวจวิเคราะห์ร่องรอยสารในระดับนาโนแกรมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ว่าเหมาะสม สำหรับการตรวจคัดกรองเบื้องต้น (Presumptive Screening) สามารถให้ผลตรวจได้อย่างรวดเร็ว ภายในไม่กี่วินาที และสนับสนุนการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานการณ์จริง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๒. วัตถุประสงค์โครงการ
๒.๑ เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองยาเสพติดในสถานที่เกิดเหตุและเพิ่มอัตราการจับกุม และขยายผลคดี
๒.๒ ลดระยะเวลาและความล่าช้าในกระบวนการตรวจพิสูจน์
๒.๓ สนับสนุนงานสอบสวน การขยายผล และการจับกุม
๒.๔ ลดภาระห้องปฏิบัติการด้านนิติวิทยาศาสตร์

 

 

๓. มาตรฐานและการยอมรับในต่างประเทศ

เทคโนโลยีตรวจวัดการเคลื่อนที่ของไอออน Ion Mobility Spectrometry (IMS) ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จากหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายระดับสากล เช่น National Institute of Justice (NIJ), National Institute of Standards and Technology (NIST), Department of Homeland Security (DHS) และสถาบัน ENFSI ของยุโรป ซึ่งต่างระบุว่า เทคโนโลยีตรวจวัดการเคลื่อนที่ของไอออน Ion Mobility Spectrometry (IMS) เป็นเทคโนโลยีมาตรฐาน สำหรับการตรวจคัดกรองสารเสพติดเบื้องต้น

ในประเทศสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และออสเตรเลีย เครื่องตรวจร่องรอยสารเสพติด (ETD) ถูกใช้ในงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ตรวจยานพาหนะ ตรวจยานพาหนะตามด่านตรวจ รวมถึงการตรวจค้นในสถานบันเทิงและพื้นที่เสี่ยง โดยผลตรวจจากเครื่องตรวจร่องรอยสารเสพติด (ETD) ถูกใช้เป็น “พยานหลักฐานเบื้องต้น” ที่ช่วยสร้างเหตุอันควรสงสัย และทำให้เจ้าหน้าที่สามารถ ดำเนินการตามกฎหมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ผลตรวจดังกล่าวยังคงต้องได้รับการยืนยันเพิ่มเติม จากห้องปฏิบัติการภายหลัง


NIJ Report No. 300-18 ระบุว่าอุปกรณ์ตรวจภาคสนามที่ใช้เทคโนโลยีตรวจวัดการเคลื่อนที่ของไอออน Ion Mobility Spectrometry (IMS) เป็นเครื่องมือ Presumptive Test ที่เหมาะสมสำหรับการสนับสนุนการจับกุมและการตรวจค้น ขณะที่โครงการ DHS SAVER ยืนยันความเหมาะสมของ IMS สำหรับการใช้งานของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม และ NIST SP 260-189 ได้กำหนดแนวทางมาตรฐานด้านการตรวจร่องรอยสารเสพติดด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว

– NIJ Report No. 300-18: Field-Portable Drug Screening / National Institute of Justice (NIJ) https://nij.ojp.gov

– NIST SP260-189: Trace Detection Standards: มาตรฐานการตรวจร่องรอยด้วย IMS National / Institute of Standards and Technology (NIST) https://www.nist.gov

– DHS SAVER-T-051: IMS Technology Review: การประเมินประสิทธิภาพ IMS สำหรับปฏิบัติการภาคสนาม / SAVER Program: https://www.dhs.gov/science-and-technology/saver

– ASTM E2677-22: IMS Threshold Testing: วิธีทดสอบมาตรฐานสำหรับ IMS / ASTM International: https://www.astm.org

– ENFSI Drug Working Group Guidelines 2023: จัด IMS เป็น Screening Tool มาตรฐานในงานของกลางยาเสพติด / European Network of Forensic Science Institutes (ENFSI) https://enfsi.eu
- SWGDRUG Recommendations v8.1 Scientific Working Group for the Analysis of Seized Drugs (SWGDRUG) https://www.swgdrug.org

๔. ความจำเป็นในการจัดหาเครื่องตรวจร่องรอยสารเสพติด ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์คดีได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจาก

๑) การตรวจห้องปฏิบัติการใช้เวลานาน ทำให้การดำเนินคดีล่าช้า

๒) ขาดเครื่องมือสำหรับตรวจร่องรอยบนวัตถุหรือสถานที่จริง

๓) การตรวจปัสสาวะจำกัดเฉพาะผู้เสพ ไม่รองรับคดีขนส่งหรือการค้า

๔) การไม่มีข้อมูลตรวจเบื้องต้นทำให้ไม่สามารถขยายผลทันที

๕) ห้องปฏิบัติการมีภาระงานล้นเกินความสามารถทำให้การทำงานล่าช้าในหลายพื้นที่

การมีเครื่อง IMS จำนวนเพียงพอจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสถานที่เกิดเหตุได้ทันที โดยไม่ต้องรอผลจากแล็บ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้ดุลพินิจเพื่อยึดของกลาง ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย หรือขอหมายค้นได้อย่างมีหลักฐานรองรับ

๕. รายละเอียดเทคโนโลยีและคุณลักษณะของเครื่อง IMS

เครื่องตรวจร่องรอยสารเสพติดระบบ Ion Mobility Spectrometry (IMS) เป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก ระบบนี้สามารถตรวจจับอนุภาคหรือโมเลกุลของสารเสพติดที่หลงเหลืออยู่บนพื้นผิวต่าง ๆ แม้มีปริมาณน้อยมากจนมนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ โดยอาศัยหลักการวัดความเร็วของไอออนเมื่อเคลื่อนที่ผ่านสนามไฟฟ้าภายในเครื่อง ซึ่งค่าเฉพาะของสารแต่ละชนิดจะถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของเครื่อง ทำให้ระบบสามารถแสดงผลว่าตรวจพบสารต้องสงสัยหรือไม่ภายในไม่กี่วินาที
เครื่องตรวจร่องรอยสารเสพติดแบบ IMS รุ่นใหม่มีความสามารถดังนี้:

– ไม่ต้องใช้ก๊าซหรืออุปกรณ์เสริมในการทำงาน ทำให้เหมาะสำหรับภาคสนาม

– ใช้เวลาเตรียมเครื่องไม่นานและพร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

– สามารถตรวจร่องรอยสารเสพติดได้แม้มีปริมาณน้อยมาก

– รองรับสภาพการทำงานที่หลากหลาย เช่น ฝุ่น ความชื้น หรืออุณหภูมิสูง

– เหมาะสำหรับการใช้งานโดยเจ้าหน้าที่คนเดียว

เทคโนโลยี IMS ยังมีข้อดีคือสามารถอัปเดตฐานข้อมูลสารเสพติดได้ ทำให้รองรับสารเสพติดชนิดใหม่ ๆ ที่อาจพบในประเทศไทยได้ในอนาคต

๖. ข้อกำหนดทางเทคนิคของเครื่อง IMS

เครื่องตรวจร่องรอยสารเสพติดที่เหมาะสมสำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรประกอบด้วย

– ระบบ IMS แบบไม่ใช้ก๊าซ เพื่อให้ใช้งานได้ทุกสถานที่

– น้ำหนักเบา เจ้าหน้าที่สามารถถือหรือเคลื่อนย้ายได้สะดวก

– ให้ผลตรวจภายในไม่เกินสิบวินาที

– สามารถบันทึกผลตรวจและเวลาได้โดยอัตโนมัติ

– มีระบบฐานข้อมูลสารเสพติดที่สามารถปรับปรุงได้

คุณลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและเป็นมาตรฐานสากลของอุปกรณ์ตรวจร่องรอยสมัยใหม่

๗. แผนการจัดสรรเครื่องตรวจร่องรอยสารเสพติด

เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างทั่วถึงและเกิดประโยชน์สูงสุด เครื่อง IMS จำนวน ๕๐๐ เครื่องจะถูกจัดสรรให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ เช่น:

– บช.ปส. เพื่อสนับสนุนงานจับกุมและขยายผล

– บช.น. เพื่อใช้ในคดีที่เกิดในพื้นที่เมือง

– บช.ภาค ๑–๙ สำหรับการปฏิบัติงานในภูมิภาค

– ตม. สำหรับตรวจยานพาหนะและบุคคลขาเข้าออก

– หน่วยปฏิบัติการสืบสวนเคลื่อนที่พิเศษ

๘. งบประมาณโครงการ

การจัดหาเครื่อง IMS จำนวน ๕๐๐ เครื่อง มีวงเงินรวมประมาณ ๑,๙๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งรวมค่าจัดซื้อ ค่าซ่อมบำรุง ค่าอบรมผู้ใช้งาน และค่าอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ โดยมีราคาเฉลี่ย ต่อเครื่องประมาณ ๓,๙๐๐,๐๐๐ บาท เป็นราคาตลาดของเครื่องตรวจร่องรอยระดับสากล

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑) เพิ่มความถูกต้องและความรวดเร็วในการตรวจค้นยาเสพติดในสถานที่เกิดเหตุ

๒) ลดความล่าช้าของกระบวนการสอบสวนเนื่องจากไม่ต้องรอผลตรวจจากแล็บ

๓) เพิ่มอัตราการจับกุมและขยายผลสืบสวน

๔) เพิ่มความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

๕) ยกระดับมาตรฐานการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้สอดคล้องกับนานาชาติ

๑๐. ความสอดคล้องกับกฎหมายไทย

ผลตรวจจากระบบ IMS เป็นเพียงผลตรวจคัดกรองหรือ Presumptive Test ซึ่งใช้ประกอบการจับกุมหรือการสอบสวนเบื้องต้นได้ แต่ผลดังกล่าวจะต้อง ได้รับการตรวจยืนยัน จากห้องปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ อยู่เช่นเดิม ดังนั้นการใช้เครื่อง IMS จึงไม่จำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถออกเป็น “ประกาศภายใน” เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรฐานการใช้งานได้ทันที โดยไม่กระทบต่อกฎหมายหลัก