เราใช้คุกกี้เพื่อทำให้ประสบการณ์ของคุณดีขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งใหม่ของ e-Privacy เราจำเป็นต้องขอความยินยอมจากคุณในการตั้งค่าคุกกี้ เรียนรู้เพิ่มเติม
คำตอบจากมาตรฐาน NIJ และ ECAC เครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่านไม่มี "ขนาดเล็กสุด" ตัวเลขเดียว ความสามารถขึ้นกับคลาสมาตรฐานและการตั้งค่าความไว มาตรฐาน NIJ 0601.02 แบ่งเป็น 3 คลาส คลาสเล็กสุด (Small Object) ต้องจับวัตถุขนาดกุญแจมือหรือดอกไขควงได้ทุกครั้ง 50 ครั้งติดต่อกัน
"เครื่องนี้จับโลหะได้เล็กสุดเท่าไหร่?" เป็นคำถามที่เจอบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่งในวงการตรวจสอบความปลอดภัย ฟังดูง่าย แต่คำตอบไม่ได้เป็นตัวเลขเดียว เพราะมาตรฐานสากลวัดเรื่องนี้ด้วยวิธีที่ละเอียดกว่านั้นมาก บทความนี้จะพาไปดูว่ามาตรฐานระดับโลกวัด "ความเล็ก" กันอย่างไร อะไรทำให้เครื่องเดียวกันจับได้บ้างไม่ได้บ้าง และรุ่น 101-Zone ถูกออกแบบมารับมือเรื่องนี้อย่างไร
ลองนึกภาพเหรียญ 10 บาทกับใบมีดโกนสแตนเลส เหรียญหนักกว่า แต่ใบมีดบางชนิดจับยากกว่า เหตุผลคือเครื่องตรวจจับโลหะไม่ได้ "ชั่งน้ำหนัก" โลหะ มันวัดว่าโลหะชิ้นนั้นรบกวนสนามแม่เหล็กมากน้อยแค่ไหน และค่านี้ขึ้นกับทั้งชนิดโลหะ รูปทรง และมุมที่ผ่านประตู มาตรฐานสากลจึงไม่ถามว่า "จับได้กี่กรัม" แต่ถามว่า "จับวัตถุอันตรายประเภทนี้ได้ทุกครั้งหรือไม่"
NIJ (National Institute of Justice) ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ออกมาตรฐานสำหรับเครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่าน ใช้แพร่หลายในเรือนจำ ศาล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย จุดเด่นคือมีวัตถุทดสอบที่ชัดเจน ทำเป็นแบบจำลองโลหะบรรจุในกล่อง แล้วใช้หุ่นยนต์ 3 แกนพาผ่านประตูตามตำแหน่งและมุมที่กำหนด ไม่ได้ให้คนเดินถือผ่านแบบสุ่ม ๆ
| คลาส (Object Size Class) | ตรวจจับอะไร | วัตถุทดสอบตามมาตรฐาน | เหมาะกับสถานที่ |
|---|---|---|---|
| Large Object | ปืนพก | แบบจำลองปืนพก 3 วัสดุ | งานอีเวนต์ อาคารสำนักงาน จุดคัดกรองทั่วไป |
| Medium Object | มีดใบยาวเกิน 7.5 ซม. | แบบจำลองมีด 2 วัสดุ | โรงเรียน สถานีขนส่ง ศาล |
| Small Object | อาวุธขนาดเล็ก และของที่ใช้ทำลายระบบความปลอดภัย | กุญแจมือ, มีดสแตนเลสไม่เป็นแม่เหล็ก, ดอกไขควงปากแฉก #2 | เรือนจำ พื้นที่ High Security โรงงานโลหะมีค่า |
หมายเหตุ: คลาส Small ไม่ได้เลือกวัตถุทดสอบแบบสุ่ม กุญแจมือกับดอกไขควงคือของชิ้นเล็กที่ใช้ปลดล็อกหรือแงะอุปกรณ์ได้ ส่วนมีดสแตนเลสชนิดไม่เป็นแม่เหล็กถูกเลือกเพราะเป็นโลหะที่จับยากที่สุดชนิดหนึ่ง
พอรู้แบบนี้แล้ว คำถามที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ "จับได้เล็กสุดเท่าไหร่" แต่เป็น "จับวัตถุระดับไหนได้ทุกครั้ง โดยไม่พลาดแม้แต่ครั้งเดียว"
เรื่องนี้คนสับสนกันเยอะ จำนวนโซนกับความไวเป็นคนละเรื่องกัน เปรียบง่าย ๆ ความไวเหมือนหูที่ได้ยินเสียง ส่วนโซนเหมือนความสามารถในการบอกทิศทางของเสียง
เวลาเครื่องดังแต่ไม่รู้ว่าโลหะอยู่ตรงไหน เจ้าหน้าที่ก็ต้องใช้เครื่องมือถือไล่หาทั้งตัว เสียเวลาและคิวยาว ถ้าเครื่องแบ่งโซนละเอียดและแสดงตำแหน่งได้ เจ้าหน้าที่ตรวจซ้ำตรงจุดนั้นได้เลย งานตรวจรองจบเร็วขึ้นมาก
รุ่น 101-Zone ปรับความไวแยกแต่ละโซนได้ ประโยชน์ที่เห็นชัดคือ
ผลคือ False Alarm ลดลง โดยไม่ต้องลดความไวทั้งเครื่อง ซึ่งจะทำให้ของเล็กหลุดได้ง่ายกว่า
ต่อให้เครื่องผ่านมาตรฐานมาแล้ว ผลในการใช้งานจริงก็ยังขึ้นกับ 5 ปัจจัยนี้
เหล็กเป็นโลหะที่เป็นแม่เหล็ก จึงจับง่าย ส่วนทองแดง อะลูมิเนียม ทอง และสแตนเลสบางเกรดไม่เป็นแม่เหล็ก เครื่องต้องอาศัยการนำไฟฟ้าของโลหะแทน ถ้าชิ้นเล็กและบาง สัญญาณก็จะอ่อน NIJ จึงทดสอบวัตถุด้วยวัสดุทั้งสองกลุ่ม
ใบมีดที่หันด้านแบนเข้าหาแผงจับง่ายกว่าหันด้านสัน มาตรฐานจึงบังคับทดสอบหลายมุม และบันทึกมุมที่เครื่องตอบสนองน้อยที่สุดไว้เป็น "Minimum Detection Condition"
NIJ ทดสอบ 9 จุด ได้แก่ ข้อเท้า สะโพก ไหล่ ใต้รักแร้ เป้า และเหนือศีรษะ แล้วสแกนเป็นตารางละเอียดทุก 5 ซม. เพราะเครื่องบางรุ่นแรงตรงกลางแต่ใกล้ขอบกลับอ่อนลง
เดินเร็วเกินไป สัญญาณจะผ่านไปเร็วจนประมวลผลไม่ทัน รุ่น 101-Zone มีระบบแจ้งเตือนความเร็ว คอยเตือนคนที่เดินจ้ำพรวดผ่านประตู
พื้นเหล็ก ประตูม้วน ตู้เหล็ก และมอเตอร์ในโรงงาน ล้วนรบกวนสนามแม่เหล็ก รุ่นนี้มีระบบลดสัญญาณรบกวนอัตโนมัติและปรับเทียบตัวเอง แต่การวางตำแหน่งติดตั้งที่ดีตั้งแต่แรกก็ยังสำคัญที่สุด
| หัวข้อ | เกณฑ์ NIJ 0601.02 | Walk Through Metal Detector 101-Zone |
|---|---|---|
| ความสูงช่องเดินผ่าน | ไม่ต่ำกว่า 195 ซม. | 200 ซม. ✓ |
| ความกว้างช่องเดินผ่าน | ไม่ต่ำกว่า 71 ซม. | 72 ซม. ✓ |
| ความลึก | ไม่เกิน 91 ซม. | 68 ซม. ✓ |
| น้ำหนักเครื่อง | ต่ำกว่า 100 กก. | 61 กก. ✓ |
| อุณหภูมิใช้งาน (ในอาคาร) | อย่างน้อย 0 ถึง 46°C | -20 ถึง +70°C ✓ |
| กันน้ำกันฝุ่น (รุ่นกลางแจ้ง) | IP55 | IP65 ✓ |
| ปรับเทียบ | ต้องทดสอบด้วยอัตโนมัติ | Auto Calibration ✓ |
หมายเหตุ: ตารางนี้เทียบเฉพาะสเปกทางกายภาพและสภาพแวดล้อม
NIJ มาจากสายงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ เน้นเรือนจำ ศาล และหน่วยงานความมั่นคง
ECAC (European Civil Aviation Conference) มาจากสายการบินของยุโรป มีโปรแกรมทดสอบกลางชื่อ ECAC CEP ที่ทดสอบอุปกรณ์ในห้องแล็บตามมาตรฐาน ECAC/EU แล้วเผยแพร่รายชื่อคอนฟิกที่ผ่าน
ECAC มีหลายระดับ (Standard) และการผ่านระดับหนึ่งไม่ได้แปลว่าผ่านอีกระดับโดยอัตโนมัติ เพราะการทดสอบผูกกับคอนฟิกของเครื่องทั้งชุด ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และอัลกอริทึมตรวจจับ เครื่องที่ออกแบบตามเกณฑ์ ECAC จึงถูกคิดมาตั้งแต่ต้นให้ทำงานเป็นระบบเดียวกัน ไม่ใช่แค่แผงตรวจจับที่ไวอย่างเดียว
ความไวบนกระดาษจะไม่มีประโยชน์ ถ้าหน้างานใช้ไม่ได้ ฟีเจอร์เหล่านี้คือตัวช่วย
เครื่องดัง 28 ครั้ง แต่ทองยังหลุดออกจากโรงกษาปณ์
ย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2014 ถึงต้นปี 2015 ที่ Royal Canadian Mint โรงกษาปณ์แห่งชาติแคนาดาในออตตาวา เกิดคดีที่วงการ Security หยิบมาเล่าต่อจนถึงทุกวันนี้ พนักงานฝ่ายกลั่นทองคนหนึ่งขโมยก้อนทองรูปทรงคล้ายเหรียญหนา (gold puck) ออกไปทั้งหมด 22 ก้อน แต่ละก้อนหนักประมาณ 192–264 กรัม สิ่งที่น่าสนใจคือ เครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่านทำงานได้ปกติ เขาทำให้เครื่องแจ้งเตือน 28 ครั้งระหว่างธันวาคม 2014 ถึงมีนาคม 2015 มากกว่าพนักงานทุกคนที่ไม่มีโลหะฝังในร่างกาย
แต่ทุกครั้งที่เครื่องดัง เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตรวจแบบมือถือตรวจซ้ำแล้วไม่เจอ คำตัดสินระบุว่าเครื่องมือถือมีความไวต่ำกว่าเครื่องแบบเดินผ่าน และตรวจไม่พบโลหะที่ซ่อนในช่องว่างของร่างกาย เขาจึงเดินออกไปได้ทุกครั้ง สุดท้ายเรื่องไม่ได้แดงเพราะระบบรักษาความปลอดภัย พนักงานธนาคารเป็นคนสงสัยเมื่อเขาขอขึ้นเงินเช็คจากร้านรับซื้อทองมูลค่า 15,200 ดอลลาร์ แล้วแจ้งตำรวจ ศาลตัดสินจำคุก 30 เดือน และสั่งชดใช้ 190,000 ดอลลาร์ เหตุการณ์นี้สอดคล้องกับหัวข้อของเราตรงที่... คำถาม "เครื่องจับได้เล็กแค่ไหน" เป็นแค่ครึ่งเดียวของคำตอบ อีกครึ่งคือ ทำอะไรต่อเมื่อเครื่องดัง ทั้งการตรวจซ้ำที่มีความไวไม่ด้อยกว่าเครื่องหลัก และการเก็บสถิติการแจ้งเตือนเพื่อดูว่าใครดังผิดปกติ สัญญาณ 28 ครั้งนั้นควรถูกหยิบมาวิเคราะห์ตั้งแต่เนิ่น ๆ
แหล่งอ้างอิง: CBC News (2016), The Globe and Mail (2017)
Login and Registration Form