เราใช้คุกกี้เพื่อทำให้ประสบการณ์ของคุณดีขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งใหม่ของ e-Privacy เราจำเป็นต้องขอความยินยอมจากคุณในการตั้งค่าคุกกี้ เรียนรู้เพิ่มเติม
ระบบตรวจสอบความปลอดภัย คือชุดอุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกันเพื่อตรวจหาวัตถุอันตราย อาวุธ หรือสิ่งของต้องห้ามที่ซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระหรือร่างกายผู้เข้าออกพื้นที่ ประกอบด้วยหลักๆ 2 ส่วนคือ เครื่อง X-Ray สแกนกระเป๋า และ เครื่องตรวจจับโลหะ (Metal Detector) ซึ่งต้องเลือกให้เหมาะกับปริมาณคนและระดับความเสี่ยงของแต่ละสถานที่
หลายคนมองว่าเครื่องสแกนกระเป๋าเป็นแค่ "ของตกแต่ง" ที่มีไว้ให้ดูว่าองค์กรมีความพร้อม แต่ในความเป็นจริง ระบบ Security Inspection System ที่ดีนั้นทำมากกว่านั้นมาก ลองนึกภาพโรงงานที่มีแรงงาน 500 คนเข้า-ออกทุกวัน ถ้าไม่มีระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ของเถื่อน ยาเสพติด หรือแม้แต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่อนุญาต ก็สามารถลักลอบเข้ามาได้ง่ายๆ ผลที่ตามมาคือทั้งความสูญเสียด้านทรัพย์สิน ความปลอดภัย และชื่อเสียงขององค์กร สำหรับสนามบิน ห้างสรรพสินค้า อาคาร High Security หรือนิคมอุตสาหกรรม ระบบนี้คือด่านหน้าที่แข็งแกร่งที่สุดขององค์กร
เครื่อง X-Ray สแกนกระเป๋า (Baggage X-Ray Scanner)
เครื่องเอกซเรย์สแกนกระเป๋าทำงานโดยการส่งรังสีเอกซ์ทะลุผ่านสัมภาระ แล้วแสดงภาพบนหน้าจอให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ เทคโนโลยีในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ดังนี้
• ระบบ 2D (Single View) เป็นระบบพื้นฐานที่แสดงภาพจากมุมเดียว เหมาะกับพื้นที่ที่ไม่ได้ต้องการ Security ระดับสูงมาก เช่น อาคารสำนักงานทั่วไป หรือโรงงานขนาดกลาง ราคาเริ่มต้นประมาณ 2–3 ล้านบาท
• ระบบ 3D Single View ถ่ายภาพวัตถุในสัมภาระแบบสามมิติ ทำให้เห็นรูปทรงและจำแนกวัสดุได้แม่นยำขึ้นด้วยเทคโนโลยี Zeff-Scan ที่วิเคราะห์ "มวลอะตอม" ของวัตถุ ช่วยแยกแยะว่าเป็นโลหะ, พลาสติก, ของเหลว หรือวัตถุอินทรีย์ ราคาอยู่ในช่วง 4–6 ล้านบาท
• ระบบ 3D Dual View (2 มุมมอง) เป็นระดับสูงสุดสำหรับพื้นที่ Critical เช่น สนามบิน ด่านศุลกากร หรือหน่วยงานรัฐบาลชั้นสูง เพราะถ่ายภาพทั้งแนวนอนและแนวตั้งพร้อมกัน ทำให้ไม่มีมุมอับ ราคาเริ่มต้น 7–9 ล้านบาทขึ้นไป
เครื่องตรวจจับโลหะ (Metal Detector)
มีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่
• Walk-Through Metal Detector (WTMD) หรือประตูตรวจจับโลหะ ติดตั้งถาวรที่จุดเข้าออก สามารถแบ่งโซนตรวจจับได้ละเอียดสูงสุดถึง 60 โซน ช่วยให้เจ้าหน้าที่ระบุได้ทันทีว่าโลหะอยู่บริเวณใดของร่างกาย ลดเวลาตรวจสอบต่อคนลงอย่างมาก
• Handheld Metal Detector แบบมือถือสำหรับตรวจสอบเฉพาะจุด ใช้คู่กับ WTMD เพื่อระบุตำแหน่งที่แน่นอน รุ่น AI สามารถกรองสัญญาณรบกวนจากสิ่งของในชีวิตประจำวัน เช่น กุญแจ เหรียญ หัวเข็มขัด ออกได้อัตโนมัติ
• เครื่องตรวจจับโลหะรองเท้า (Shoe Metal Detector) จุดที่หลายองค์กรมองข้ามไป! ตรวจสอบพื้นรองเท้าโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับสนามบินและพื้นที่ High Security ที่กังวลเรื่องการซุกซ่อนใต้ฝ่าเท้า
อุปกรณ์เสริมสำหรับ Security Inspection
นอกจากอุปกรณ์หลักแล้ว ระบบที่สมบูรณ์ควรมีอุปกรณ์เสริม ได้แก่ กล้องตรวจค้นใต้ท้องรถ (UVIS) สำหรับนิคมอุตสาหกรรม และเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดและยาเสพติด (Trace Detector) สำหรับพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด
ตัวเลขสำคัญที่ต้องรู้คือ "จำนวนคนต่อชั่วโมง (Throughput)" เครื่อง X-Ray ส่วนใหญ่รองรับสายพานความเร็ว 0.2–0.23 เมตร/วินาที ซึ่งประมวลผลได้ประมาณ 180–220 ชิ้นต่อชั่วโมง ถ้ามีคนเข้า-ออกพร้อมกันมากกว่า 300 คน/ชั่วโมง ควรพิจารณาใช้มากกว่า 1 ช่องทาง
ไม่ใช่ทุกสถานที่ต้องการเครื่อง 3D Dual View ราคา 9 ล้าน ให้ประเมินตามความเสี่ยงขององค์กรก่อน แล้วค่อยเลือก Spec ให้เหมาะสม
เครื่อง X-Ray มีส่วนประกอบที่ต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลอด X-Ray และสายพาน ควรถามผู้จำหน่ายให้ชัดเจนว่ามีแพ็กเกจ MA รายปี ราคาเท่าไร และตอบสนองภายในกี่ชั่วโมงเมื่อเครื่องขัดข้อง
สำหรับงาน Event หรือพื้นที่ที่ต้องการใช้ชั่วคราว การเช่าเครื่องรายวัน รายเดือน หรือรายปีอาจคุ้มค่ากว่า เพราะไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าซ่อมบำรุงระยะยาว
| ประเภทเครื่อง | มิติภาพ | จำนวนมุมมอง | AI Detection | น้ำหนักรับได้สูงสุด | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|---|---|
| X-Ray 2D Single View (เช่น รุ่น 5030 / 6040) | 2 มิติ | 1 มุม | ✕ | 50–120 กก. | อาคารสำนักงาน, โรงงานทั่วไป |
| X-Ray 3D Single View AI (เช่น รุ่น 5030-AI / 6064-AI) | 3 มิติ | 1 มุม | ✓ Zeff-Scan | 150 กก. | โรงพยาบาล, อาคาร High Security |
| X-Ray 3D Dual View AI (เช่น รุ่น 6040-AI / 100100-AI) | 3 มิติ | 2 มุม | ✓ Zeff-Scan + 7 สี | 165–250 กก. | สนามบิน, ด่านศุลกากร, นิคมอุตสาหกรรม |
| Portable X-Ray Scanner | 2 มิติ | 1 มุม | ✕ | N/A (แบบพกพา) | ปฏิบัติการภาคสนาม, EOD |
ระบบสแกนแบบเก่าอาศัยให้เจ้าหน้าที่มองภาพ 4 สีแล้วตัดสินเองว่าวัตถุที่เห็นในภาพคืออะไร ซึ่งขึ้นกับประสบการณ์ของแต่ละคนมาก และมีโอกาสพลาดสูงในช่วงที่มีปริมาณสัมภาระเยอะหรือเจ้าหน้าที่เหนื่อย Zeff-Scan แก้ปัญหานี้โดยการวิเคราะห์ "เลขอะตอมที่มีประสิทธิภาพ (Effective Atomic Number)" ของแต่ละวัตถุในกระเป๋า เทคโนโลยีนี้ช่วยแยกแยะได้ว่าวัตถุที่มองเห็นเป็น โลหะ, พลาสติก, วัตถุอินทรีย์ หรือของเหลว ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการระบุวัตถุระเบิดและอาวุธที่ซุกซ่อนไว้ ส่วนระบบ AI Detection ในรุ่น 3D ช่วยทำการ "Highlight" วัตถุต้องสงสัยโดยอัตโนมัติ ลดภาระเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนที่มีสัมภาระผ่านเยอะ
ต้องการระบบที่ผ่านมาตรฐาน ICAO และ TSA ควรใช้เครื่อง 3D Dual View AI ร่วมกับ WTMD 60 โซน, Shoe Metal Detector และ Trace Detector แบบพกพาเพื่อตรวจสอบวัตถุระเบิดสุ่มตรวจ
เน้นเรื่อง Throughput สูง ควรมีหลายช่องทางเข้า-ออก โดยใช้ WTMD 33–60 โซน ร่วมกับเครื่อง X-Ray 2D หรือ 3D สำหรับรถที่เข้าออก ควรเพิ่มกล้องตรวจค้นใต้ท้องรถ (UVIS)
ระบบ 3D Single View AI ร่วมกับ WTMD AI และ Handheld AI เพียงพอสำหรับส่วนใหญ่ โดยพิจารณาเพิ่ม Trace Detector หากมีการรับสิ่งของจากบุคคลภายนอกบ่อย
จุดที่หลายคนมองข้ามคือ Data Center ที่ต้องการระบบ Inspection เพื่อป้องกันการลักลอบนำ Storage Device หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามา เครื่อง X-Ray 2D ร่วมกับ WTMD 33 โซนมักเพียงพอสำหรับ Data Center ขนาดกลาง
Login and Registration Form