เราใช้คุกกี้เพื่อทำให้ประสบการณ์ของคุณดีขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งใหม่ของ e-Privacy เราจำเป็นต้องขอความยินยอมจากคุณในการตั้งค่าคุกกี้ เรียนรู้เพิ่มเติม
เทคโนโลยีที่ทำงานได้จริง โดยไม่ต้องพึ่งระบบอัจฉริยะ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีมักถูกนิยามด้วยคำว่า “อัจฉริยะ” ไม่ว่าจะเป็น AI, ระบบอัตโนมัติ หรืออุปกรณ์ที่ต้องเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา แต่ในอีกมุมหนึ่ง โลกกำลังให้ความสำคัญกับแนวคิดที่ตรงกันข้าม นั่นคือ Passive Technology เทคโนโลยีที่ใช้ “การออกแบบ” ทำงานแทนระบบที่ซับซ้อน Passive Technology หมายถึงอะไร? Passive Technology คือแนวคิดการออกแบบเทคโนโลยี ที่อาศัยหลักการทางสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และสภาพแวดล้อม เพื่อให้ระบบทำงานได้เองตามธรรมชาติ
โดยมีจุดเด่นคือ
ไม่ต้องพึ่ง AI หรือระบบควบคุมซับซ้อน
ใช้พลังงานต่ำ
เสถียรและทนทาน
เหมาะกับการใช้งานระยะยาว
1. Passive Architecture / Passive Design การออกแบบอาคารที่คำนึงถึง
ทิศทางแสงแดด
การระบายอากาศตามธรรมชาติ
การจัดวางช่องเปิด
การเลือกใช้วัสดุฉนวนความร้อน
2. การใช้วัสดุแทนระบบ วัสดุหลายประเภทถูกออกแบบให้
เก็บหรือสะท้อนความร้อน
ลดการสะสมสิ่งสกปรก
ดูแลรักษาง่าย
3. พื้นที่สาธารณะและอาคารใช้งานระยะยาว Passive Technology ถูกนำมาใช้มากใน
อาคารสาธารณะ
โรงพยาบาล
ศูนย์วิจัย
โครงสร้างพื้นฐาน
เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ “ไม่ต้องพึ่งพาการควบคุมตลอดเวลา”
แม้เทคโนโลยีอัจฉริยะจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ระบบที่ซับซ้อนมักมาพร้อมกับ
ค่าใช้จ่าย
การบำรุงรักษา
ความเสี่ยงจากการขัดข้อง
Passive Technology จึงถูกมองว่าเป็น ทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า โดยแก้ปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ
แนวคิด Passive Technology สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนในระดับสากล เพราะช่วย
ลดการใช้พลังงาน
ลดทรัพยากรที่ต้องดูแล
ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เพิ่มอายุการใช้งานของระบบและอาคาร
Passive Technology คือเทคโนโลยีที่อาจไม่โดดเด่นในสายตา แต่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนในระยะยาว เป็นแนวคิดที่เน้น
“การออกแบบที่คิดมาแล้ว”
มากกว่าการพึ่งพาเทคโนโลยีอัจฉริยะเพียงอย่างเดียว
และนี่คือเหตุผลที่ Passive Technology ยังคงมีบทบาทสำคัญในโลกเทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมยุคใหม่
Login and Registration Form