เมนู Toggle

POPULAR

HTTP กับ HTTPS ต่างกันยัง? เว็บที่คุณเข้าทุกวัน ปลอดภัยจริงไหม?

HTTP กับ HTTPS ต่างกันยัง? เว็บที่คุณเข้าทุกวัน ปลอดภัยจริงไหม?

HTTP กับ HTTPS ต่างกันยังไง? ไม่มีตัว S ข้อมูลคุณถูกแอบอ่านได้ทันที

HTTP กับ HTTPS ต่างกันที่การเข้ารหัส HTTP ส่งข้อมูลแบบเปิดโล่งเหมือนโปสการ์ด ใครที่อยู่ระหว่างทางก็อ่านได้ ส่วน HTTPS (S = Secure) ล็อกข้อมูลด้วย SSL/TLS ก่อนส่ง และตรวจยืนยันตัวตนของเว็บด้วยใบรับรองดิจิทัล คนที่ดักได้กลางทางจะเห็นแค่ข้อมูลที่อ่านไม่ออก

รหัสผ่านที่คุณเพิ่งพิมพ์ อาจมีคนอ่านไปแล้ว

ดูที่แถบด้านบนสุดของเบราว์เซอร์ตอนนี้เลย "ต่างกันแค่ตัว S ตัวเดียว แต่ความปลอดภัยต่างกันคนละโลก"

ช่องที่คุณพิมพ์ชื่อเว็บ หรือพิมพ์คำค้นใน Google ทุกเช้า หน้าชื่อเว็บมีตัวอักษรเล็กๆ อยู่ชุดหนึ่ง ที่คุณคลิกผ่านวันละหลายร้อยครั้งแต่ไม่เคยมอง

ถ้าเป็น http:// แปลว่า รหัสผ่าน อีเมล ใบเสนอราคา หรือไฟล์ TOR ที่คุณกดส่ง เดินทางแบบเปิดโล่ง ใครที่อยู่ในเส้นทางก็อ่านได้หมด

ถ้าเป็น https:// ข้อมูลจะถูกล็อกไว้ก่อนออกจากเครื่องคุณ

HTTP คืออะไร? ส่งข้อมูลแบบโปสการ์ด

   HTTP (Hypertext Transfer Protocol) คือ "ภาษากลาง" ที่เบราว์เซอร์ใช้คุยกับเว็บเซิร์ฟเวอร์ คุณขอหน้าเว็บ เซิร์ฟเวอร์ก็ส่งหน้าเว็บกลับมา ปัญหาคือ HTTP ทำงานที่พอร์ต 80 และส่งข้อมูลแบบ Clear Text ที่ไม่มีการเข้ารหัส จึงถูกดักจับได้ง่าย ลองนึกภาพโปสการ์ด 1 ใบ กว่าจะถึงมือผู้รับต้องผ่านบุรุษไปรษณีย์ ผ่านศูนย์คัดแยก ผ่านรถขนส่ง ทุกคนที่หยิบขึ้นมาอ่านข้อความได้หมด บนโลกออนไลน์ "คนระหว่างทาง" ก็คือ Wi-Fi ร้านกาแฟ, Router ในออฟฟิศ, ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือแฮกเกอร์ที่แอบอยู่ในเครือข่ายเดียวกับคุณ


HTTPS คืออะไร? ตัว S ทำงานยังไง

   HTTPS = HTTP + Secure คือ HTTP ตัวเดิมที่มีเกราะ SSL/TLS ห่อไว้อีกชั้น มาตรฐานนี้ระบุไว้ใน RFC 2818 และใช้พอร์ต 443 แทนพอร์ต 80

ตัว S ทำงาน 2 อย่างพร้อมกัน

  1. เข้ารหัส (Encryption): ข้อมูลถูกล็อกก่อนออกจากเครื่อง คนดักกลางทางเห็นแค่ตัวอักษรมั่วๆ

ยืนยันตัวตน (Authentication): เบราว์เซอร์ตรวจ "บัตรประชาชนดิจิทัล" ของเว็บ หรือ SSL Certificate ว่าเป็นเว็บที่อ้างตัวจริง


Handshake ฉบับเข้าใจใน 30 วินาที

 สมมติคุณไปฝากของมีค่าที่ธนาคาร (ทั้งหมดนี้จบในเสี้ยววินาที ทุกครั้งที่คุณเปิดเว็บที่เป็น HTTPS)

คุณ
“ขอดูบัตรพนักงานหน่อยครับ”
ธนาคาร
“ฉันมีดิจิทัลเซ็นรับรองจากหน่วยงานกลาง (Certificate Authority)”
คุณ
ตรวจตราประทับแล้วว่าเป็นของจริง ก็ส่ง “กุญแจลับเฉพาะจุดนี้” ให้ในกล่องล็อก
ทั้งคู่: คุยกันต่อด้วยกุญแจชุดนี้ คนอื่นฟังไม่ออกอีกต่อไป

ตารางเปรียบเทียบ HTTP vs HTTPS ฉบับคนทำงาน

หัวข้อHTTPHTTPS
ภาพเปรียบเทียบโปสการ์ด ใครก็อ่านได้ซองปิดผนึกในตู้เซฟ
พอร์ตมาตรฐาน80443
การเข้ารหัส✕ ไม่มี (Clear Text)✓ SSL/TLS
ยืนยันตัวตนเว็บ✕ ไม่มี✓ ผ่าน SSL Certificate
ความเสี่ยงถูกดักข้อมูล / ปลอมแปลงหน้าเว็บสูงต่ำ (ถ้าตั้งค่าถูก)
สิ่งที่เบราว์เซอร์แสดง"Not Secure" / คำเตือนเต็มหน้าไอคอนการเชื่อมต่อปลอดภัย
ผลต่อ SEOเสียเปรียบGoogle นับเป็นสัญญาณจัดอันดับ
ต้องดูแลต่อเนื่อง?ไม่ต้อง (เพราะไม่มีอะไรให้ดูแล)ต้องต่ออายุใบรับรองตลอด
เหมาะกับองค์กรปี 2026✕ ไม่ควรเหลือแล้ว✓ มาตรฐานขั้นต่ำ

ความเชื่อที่อันตรายที่สุด: "เห็นแม่กุญแจ = เว็บปลอดภัย"

   หลายองค์กรสอนพนักงานว่า "เห็น https หรือแม่กุญแจแล้วกดได้เลย" คำแนะนำนี้ล้าสมัยไปนานแล้ว ข้อมูลจาก APWG (Anti-Phishing Working Group) ชี้ว่า ในไตรมาส 4 ปี 2020 เว็บฟิชชิ่งถึง 84% ใช้ SSL และสัดส่วนนี้อยู่เหนือ 80% มาตลอด ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจที่ APWG อ้างถึงพบว่าผู้ตอบมากกว่า 80% เชื่อว่าแม่กุญแจหมายถึงเว็บที่ถูกต้องหรือปลอดภัย ซึ่งไม่จริงทั้งสองข้อ

แม่กุญแจบอกอะไร และไม่ได้บอกอะไร

  • ✅ บอก: "ทางเดินระหว่างคุณกับเว็บนี้ถูกล็อกแล้ว"
  • ❌ ไม่ได้บอก: "คนที่อยู่ปลายทางเป็นคนดี"

HTTPS ทำให้การคุยกับมิจฉาชีพเป็นความลับ แต่คุณก็ยังคุยอยู่กับมิจฉาชีพคนเดิม


เช็กเว็บก่อนคลิกใน 3 วินาที

  1. ดู https:// ก่อน ถ้าไม่มีเลย อย่ากรอกข้อมูลใดๆ
  2. สะกดโดเมนทีละตัว เช่น jart0n (เลขศูนย์) แทน jarton หรือโดเมนแปลกๆ อย่าง .xyz, .info ที่แอบอ้างชื่อแบรนด์ดัง
  3. พิมพ์ URL เองหรือใช้ Bookmark แทนการคลิกลิงก์จากอีเมลหรือ SMS

สองเรื่องที่ฝ่าย IT ต้องรู้ตอนนี้

เรื่องที่ 1: Chrome จะเตือนเว็บ HTTP ด้วยตัวเอง

   ตั้งแต่ Chrome 154 ในเดือนตุลาคม 2026 เบราว์เซอร์จะเปิดค่า "Always Use Secure Connections" ให้ทุกคนอัตโนมัติ โดยลองโหลดทุกเว็บผ่าน HTTPS ก่อน และเตือนผู้ใช้ก่อนเข้าเว็บสาธารณะที่ไม่รองรับ ตอนนี้เว็บส่วนใหญ่พร้อมแล้ว Google ระบุว่าการโหลดหน้าเว็บบน Chrome เป็น HTTPS อยู่แล้ว 95–99% ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม แต่ 1–5% ที่เหลือมักเป็นของที่องค์กรลืม เช่น Landing Page แคมเปญเก่า, QR Code บนโบรชัวร์, ลิงก์ดาวน์โหลดแคตตาล็อก PDF หรือ Subdomain ที่ทีมเก่าทำทิ้งไว้  ตัวอย่างเช่น ลูกค้าสแกน QR Code บนบูธงานแสดงสินค้าของคุณ แล้วเจอคำเตือนเต็มจอก่อนเห็นสินค้า ความน่าเชื่อถือหายไปทันที

เรื่องที่ 2: ใบรับรอง SSL อายุสั้นลงครึ่งหนึ่ง

   ตามมติ CA/Browser Forum Ballot SC-081v3 อายุสูงสุดของใบรับรอง TLS ลดเหลือ 200 วันตั้งแต่ 15 มีนาคม 2026 และจะลดเป็น 100 วันในมีนาคม 2027 และ 47 วันในมีนาคม 2029 แปลเป็นภาษาคนทำงาน: ใบรับรองที่ต่อไว้ช่วงกลางเดือนมีนาคม จะเริ่มหมดอายุพร้อมกันราวต้นเดือนตุลาคมนี้ ชนกับจังหวะที่ Chrome 154 เริ่มเตือนพอดี ถ้าองค์กรยังใช้วิธี "จดวันหมดอายุไว้ใน Excel" ภายในปี 2029 จะต้องต่ออายุแทบทุกเดือน ระบบ Manual แบบนี้จะไปต่อไม่ไหว

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HTTPS และ SSL Certificate

เว็บองค์กรเราไม่มีระบบชำระเงิน จำเป็นต้องใช้ HTTPS ไหม?
จำเป็นครับ แม้ไม่มีการจ่ายเงิน แต่มีฟอร์มติดต่อ ช่องล็อกอิน หรือไฟล์ให้ดาวน์โหลด ซึ่งถูกดักหรือถูกสลับไฟล์ได้ทั้งหมด และตั้งแต่ตุลาคม 2026 Chrome จะแสดงคำเตือนก่อนลูกค้าเข้าเว็บ ภาพลักษณ์องค์กรจะเสียก่อนลูกค้าได้เห็นสินค้า
ใบรับรอง SSL ฟรีกับแบบเสียเงิน ต่างกันยังไง?
ในแง่การเข้ารหัส ปลอดภัยเท่ากัน ความต่างอยู่ที่ระดับการยืนยันตัวตน ใบรับรองฟรีมักเป็นแบบ DV ที่ยืนยันแค่ว่าเป็นเจ้าของโดเมน ส่วนแบบ OV/EV จะตรวจสอบว่าเป็นองค์กรที่จดทะเบียนจริง เหมาะกับหน่วยงานรัฐ สถาบันการเงิน หรือองค์กรที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง
ถ้าใบรับรองหมดอายุ จะเกิดอะไรขึ้น?
ผู้ใช้จะเจอคำเตือนเต็มจอจนแทบไม่มีใครกดเข้าต่อ ระบบ API หรือแอปที่เชื่อมต่อกันอาจหยุดทำงานทันที ร้ายที่สุดคืออุปกรณ์ตรวจสอบความปลอดภัยที่ต้องใช้ใบรับรองอาจ “ตายตาย” โดยไม่มีใครรู้ตัว เหมือนกรณี Equifax ด้านล่าง
HTTP/2 กับ HTTP/3 คือ HTTPS หรือเปล่า?
ไม่ใช่ครับ ตัวเลขข้างหลังคือ “เวอร์ชัน” ที่ทำให้ส่งข้อมูลเร็วขึ้น ส่วนตัว S คือ “การเข้ารหัส” เป็นคนละเรื่องกัน ในทางปฏิบัติเบราว์เซอร์หลักรองรับ HTTP/2 และ HTTP/3 เฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับการเข้ารหัส การย้ายไป HTTPS จึงช่วยให้เว็บเร็วขึ้นด้วย
กล้องวงจรปิดใช้งานในวง LAN อย่างเดียว ยังต้องใช้ HTTPS อีกไหม?
ต้องครับ ภัยจากคนในหรือเครื่องในเครือข่ายที่ติดมัลแวร์ ดักรหัสผ่านแอดมินที่ส่งผ่าน HTTP ได้ง่ายมาก และ Chrome จะไม่เตือนสำหรับ IP ภายใน ควรกำหนดใน TOR ว่าอุปกรณ์ต้องรองรับ HTTPS และปิด HTTP ได้
ย้ายเว็บจาก HTTP ไป HTTPS แล้วอันดับ SEO จะตกไหม?
ถ้าทำ 301 Redirect ครบทุก URL ตั้งแผน Sitemap และแจ้งใน Google Search Console อันดับมักกลับมาภายในไม่กี่สัปดาห์ และในระยะยาวจะได้เปรียบ เพราะ Google ใช้ HTTPS เป็นสัญญาณหนึ่งในการจัดอันดับ สิ่งที่ต้องระวังคือ Mixed Content หรือรูปและสคริปต์ที่ยังโหลดผ่าน HTTP
ก่อน AI เห็นอะไรในกระเป๋า? แกะหน้าจอเครื่อง X-Ray 6040-AI ทีละจุด
ต่อไป ประตูโรงเรียนคือด่านแรกเสมอ...ระบบรักษาความปลอดภัยที่โรงเรียนและอาคารราชการต้องมี