เราใช้คุกกี้เพื่อทำให้ประสบการณ์ของคุณดีขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งใหม่ของ e-Privacy เราจำเป็นต้องขอความยินยอมจากคุณในการตั้งค่าคุกกี้ เรียนรู้เพิ่มเติม
AV1 Codec คือมาตรฐานการบีบอัดวิดีโอรุ่นใหม่ที่สามารถลดขนาดไฟล์วิดีโอได้มากกว่า H.265 ถึง 30–50% โดยยังรักษาคุณภาพภาพไว้ในระดับเดิม สำหรับระบบ CCTV ที่บันทึกภาพตลอด 24 ชั่วโมง หมายความว่าคุณสามารถเก็บภาพได้นานขึ้นเป็นเท่าตัว หรือลดค่าใช้จ่าย Storage ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ลองคิดภาพตาม คุณตั้งกล้องวงจรปิดไว้ 16 ตัวรอบบ้านหรือที่ทำงาน แล้วก็เลือกให้มันบันทึกตลอด 24 ชั่วโมงแบบละเอียดสุดๆ 4MP เพราะอยากให้เห็นรายละเอียดทุกอย่างชัดเจน แค่สองสัปดาห์ Storage ก็ใกล้เต็มแล้ว ระบบก็เริ่มส่งแจ้งเตือน จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ได้ผิดปกติเลย ทุกคนที่ใช้มาตรฐานเดิมก็เจออย่างนี้เหมือนกัน
กล้อง 1 ตัว ความละเอียด 4MP ใช้มาตรฐาน H.264 บันทึกต่อเนื่องตลอดวัน จะกินพื้นที่ประมาณ 20–25 GB ต่อวัน ถ้าคุณมีหลายตัว ก็ลองคูณเข้าไป
| จำนวนกล้อง | Storage ที่ใช้ต่อวัน (H.264) | ต่อเดือน | ต่อปี |
|---|---|---|---|
| 4 ตัว | ~80–100 GB | ~2.5–3 TB | ~30–36 TB |
| 16 ตัว | ~320–400 GB | ~9.6–12 TB | ~116–144 TB |
| 32 ตัว | ~640–800 GB | ~19–24 TB | ~230–290 TB |
เมื่อใช้ H.265 ลดได้ประมาณ 30–40% แต่เมื่อปริมาณกล้องเพิ่มขึ้น ปัญหา Storage ก็ยังวนกลับมาอีกครั้ง — นั่นคือจุดที่ AV1 Codec เข้ามามีบทบาท
AV1 (AOMedia Video 1) คือมาตรฐานการบีบอัดวิดีโอรุ่นใหม่ที่กลุ่มบริษัทระดับโลกอย่าง Google, Amazon, Netflix, Apple, Microsoft รวมตัวกันสร้างในนาม Alliance for Open Media ถ้าถามว่าต่างจากมาตรฐานเดิมอย่าง H.264 หรือ H.265 ตรงไหน หลัก ๆ มีอยู่ 2 ข้อสำคัญ
1. เรื่องประสิทธิภาพ AV1 ลด Bitrate ได้ดีกว่า H.265 ประมาณ 20–50% ในสภาพเทียบเท่ากัน แถมยังคงภาพคมชัดเหมือนเดิมหรือดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ
2. มันเป็นมาตรฐาน Open Source ที่ไม่ติดลิขสิทธิ์หรือค่าใช้งานใด ๆ ผู้ผลิตกล้องกับระบบ NVR ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตร ผลคือ มีแนวโน้มว่าเราจะได้เห็น AV1 ถูกนำไปใช้งานจริงในอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้เร็วและแพร่หลายกว่ามาตรฐานเก่าแน่นอน
AV1 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการสตรีมวิดีโอบนแพลตฟอร์มอย่าง YouTube กับ Netflix และบริการออนไลน์อื่น ๆ จุดมุ่งหมายคือ ลดการใช้แบนด์วิดท์แต่ยังคงคุณภาพวิดีโอไว้ ซึ่งตรงกับความต้องการของระบบ CCTV สมัยใหม่แทบทุกข้อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจัดเก็บภาพในพื้นที่จำกัด ส่งภาพแบบ real-time หรือรองรับกล้องความละเอียดสูงจำนวนมากพร้อมกัน ตอนนี้ฮาร์ดแวร์ในกล้องและ NVR ก็แรงขึ้นมากจนเริ่ม encode และ decode AV1 ได้แบบ real-time การเอาเทคโนโลยี AV1 มาใช้กับระบบ Video Surveillance เลยกลายเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง
หัวใจของการตัดสินใจว่าควรอัปเกรดหรือไม่ อยู่ที่ตัวเลขเปรียบเทียบที่เป็นรูปธรรม
| หัวข้อเปรียบเทียบ | H.264 | H.265 (HEVC) | AV1 |
|---|---|---|---|
| ปีที่เปิดตัว | 2003 | 2013 | 2018 |
| ประสิทธิภาพบีบอัด (เทียบ H.264) | Baseline | ดีกว่า ~40% | ดีกว่า ~50–60% |
| คุณภาพภาพ (ที่ Bitrate เท่ากัน) | ต่ำสุด | กลาง | สูงสุด |
| ภาระ CPU/Chip ในการ Encode | น้อย | ปานกลาง | สูงกว่า |
| Royalty-Free | ✕ มีค่าลิขสิทธิ์ | ✕ มีค่าลิขสิทธิ์ | ✓ ฟรี |
| การรองรับของอุปกรณ์ CCTV | ✓ ทุกรุ่น | ✓ ส่วนใหญ่ | ▲ รุ่นใหม่เริ่มรองรับ |
| เหมาะกับระบบขนาด | ทุกขนาด | กลาง–ใหญ่ | ใหญ่ขึ้นไป / Cloud |
| Codec | Storage ต่อวัน | Storage ต่อ 30 วัน | ประหยัดได้เมื่อเทียบ H.264 |
|---|---|---|---|
| H.264 | ~320 GB | ~9.6 TB | — |
| H.265 | ~192 GB | ~5.8 TB | ประหยัด ~40% |
| AV1 | ~128–160 GB | ~3.8–4.8 TB | ประหยัด ~50–60% |
AV1 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการสตรีมวิดีโอบนแพลตฟอร์มอย่าง YouTube กับ Netflix และบริการออนไลน์อื่น ๆ จุดมุ่งหมายคือ ลดการใช้แบนด์วิดท์แต่ยังคงคุณภาพวิดีโอไว้ ซึ่งตรงกับความต้องการของระบบ CCTV สมัยใหม่แทบทุกข้อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจัดเก็บภาพในพื้นที่จำกัด ส่งภาพแบบ real-time หรือรองรับกล้องความละเอียดสูงจำนวนมากพร้อมกัน
ตอนนี้ฮาร์ดแวร์ในกล้องและ NVR ก็แรงขึ้นมากจนเริ่ม encode และ decode AV1 ได้แบบ real-time การเอาเทคโนโลยี AV1 มาใช้กับระบบ Video Surveillance เลยกลายเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงนอกจากประเด็นเรื่อง Storage จริงๆ แล้ว การเปลี่ยนมาใช้ระบบที่รองรับ AV1 ยังช่วยลดต้นทุนได้หลายด้านเลย
4 จุดที่ AV1 ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจริง
1. ค่า Hard Drive กับ Storage ในระยะยาว ถ้าคุณมีระบบ CCTV ขนาดกลางประมาณ 16–32 กล้อง แล้วเปลี่ยนจาก H.264 ไปใช้ AV1 เรื่องขนาดของ NVR หรือจำนวน HDD ที่ต้องเปลี่ยนใหม่ในแต่ละรอบ 2–3 ปีต่ำลงแบบเห็นชัดเจน เผลอๆ ซื้ออุปกรณ์น้อยลงได้เยอะเลย
2. ค่า Bandwidth สำหรับดูผ่านทางไกล ระบบที่ส่งภาพผ่าน 4G/5G หรือ Cloud VMS ถ้าลด Bitrate ด้วย AV1 ก็จะลดค่าใช้จ่าย Data รายเดือนไปด้วย โครงการใหญ่ๆ ที่มีหลายสาขาหรือหลายอาคาร ตัวเลขนี้สะสมกลายเป็นเงินก้อนใหญ่เลย
3. อายุการใช้งานของ Storage ที่นานขึ้น HDD ที่ไม่ต้องเขียนข้อมูลหนักๆ จะใช้งานได้นานกว่า ไม่ต้องเปลี่ยนหรือซ่อมบำรุงบ่อย ประหยัดทั้งเวลาและเงิน
4. รองรับกล้องความละเอียดสูง โดยไม่ต้องเพิ่ม Infrastructure เยอะ ถ้าในอนาคตอยากใช้กล้อง 8MP หรือ 4K มากขึ้น AV1 ก็ช่วยให้ต่อยอดอุปกรณ์ได้ ไม่จำเป็นต้องขยาย Storage เพิ่มเป็นสองเท่าเหมือนที่ผ่านมา
ก่อนจะอัปเกรดไปใช้ระบบที่รองรับ AV1 อย่าเพิ่งคิดว่ามันเป็นเทคโนโลยีแบบ Plug-and-Play เปิดสวิตช์แล้วปุ๊บใช้งานได้เลย ยังมีหลายเรื่องต้องเช็กให้แน่ใจก่อนจะเปลี่ยน
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนตัดสินใจอัปเกรด
1. กล้องที่คุณใช้อยู่รองรับ AV1 Encoding หรือเปล่า? ต้องเป็นกล้องรุ่นใหม่เท่านั้น เพราะ AV1 Encoding ต้องใช้พลังประมวลผลมากกว่า H.265 แบบเห็นได้ชัด
2. NVR หรือ DVR ของคุณรองรับการ Decode AV1 ไหม? ส่วนบันทึกต้องพร้อมกับการถอดรหัส AV1 ไม่งั้นดูภาพไม่ได้
3. VMS หรือซอฟต์แวร์จัดการวิดีโอ รองรับ AV1 หรือยัง? ต้องอัปเดตให้ทันของใหม่ด้วย
4. เครือข่ายในองค์กรเสถียรพอรึเปล่า? ถึง AV1 จะลด Bandwidth แต่ระบบก็ยังต้องรันบนเครือข่ายที่ไม่มีปัญหา
5. มีแผน Migration ที่ชัดเจนหรือเปล่า? จะเปลี่ยนหมดทีเดียวหรือค่อยๆ เปลี่ยนเป็นช่วงๆ ก็ต้องวางแผนให้ดี
แล้วใครควรขยับมาใช้ AV1 ตอนนี้ และใครควรรอ?
เหมาะกับ:
- ใครที่กำลังติดตั้งระบบใหม่และเลือกอุปกรณ์เองได้ตั้งแต่แรก
- โครงการระดับกลางถึงใหญ่ที่ต้องคิดถึงต้นทุน Storage อย่างจริงจัง
- องค์กรที่อยากใช้ Cloud Storage หรือ Infrastructure แบบ Hybrid
แต่ถ้าเป็น:
- ระบบเก่าที่ทำงานกับ H.265 ได้ดี ไม่มีปัญหาเรื่อง Storage ก็อยู่แบบเดิมไปก่อน
- งบจำกัดหรือยังไม่ถึงรอบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหญ่ ระบบเดิมใช้งานต่อได้สบายๆ
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AV1 Codec คืออะไร? มาตรฐานที่กำลังเปลี่ยนอนาคตของระบบ CCTV
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NVR POE กับ NVR ไม่มี POE ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน
Login and Registration Form