เมนู Toggle

POPULAR

WTMD ธรรมดา กับ WTMD ที่มี "AI" ต่างกันแค่ไหน? เปิดสเปก 60 Zone V5.0 vs AI GEN2

WTMD ธรรมดา กับ WTMD ที่มี "AI" ต่างกันแค่ไหน? เปิดสเปก 60 Zone V5.0 vs AI GEN2

WTMD 60 Zone vs AI GEN2 เทียบสเปกจริง องค์กรแบบไหนควรเลือกรุ่นไหน

WTMD 60 Zone V5.0 เหมาะกับจุดตรวจที่ต้องการความเร็วสูงและงบลงทุนที่คุมได้ (มากกว่า 60 คน/นาที, 60 โซน, น้ำหนักเบา 40 กก.) ส่วน AI Walk Through Metal Detector GEN2 เหมาะกับองค์กรที่ต้องการยกระดับความปลอดภัยด้วยกล้องจดจำใบหน้า การเชื่อมต่อระบบ Interlocking กับ X-ray/ประตูหมุน และการจัดเก็บสถิติแบบละเอียดกว่า 100,000 รายการ

   หลายคนที่ต้องดูแลจุดตรวจความปลอดภัยขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน อาคารสำนักงาน หรือหน่วยงานราชการ พอเริ่มหาข้อมูลเครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่าน (Walk Through Metal Detector หรือ WTMD) มักจะเจอปัญหาเดียวกันคือ "สเปกเยอะมาก แต่ไม่รู้จะเทียบยังไง" วันนี้เราจะจับ Walk Through Metal Detector 60 Zone กับ AI Walk Through Metal Detector GEN2 มาวางคู่กันแบบตรงไปตรงมา ไม่มีศัพท์เทคนิคที่ต้องแปลซ้ำ


ก่อนเทียบสเปก ต้องเข้าใจก่อนว่าสองรุ่นนี้ "โจทย์" ต่างกัน

จะบอกว่า AI GEN2 คือรุ่นที่ "ดีกว่า" V5.0 แบบเหมาเข่งก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะทั้งสองรุ่นถูกออกแบบมาตอบโจทย์คนละแบบ

60 Zone V5.0 ถูกออกแบบมาให้เป็น "ตัวจบ" ของงานตรวจคัดกรองบุคคลแบบไว จุดเด่นคือรองรับคนผ่านได้มากกว่า 60 คนต่อนาที ตัวเบา 40 กก. เคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความเร็วในการคัดกรองสูงและงบลงทุนที่จับต้องได้

AI GEN2 ถูกวางให้เป็นมากกว่าตัวตรวจจับโลหะ เพราะมันมากับกล้อง Face Recognition, ระบบยืนยันตัวตนด้วยบัตร+ใบหน้าสด และช่องสัญญาณสำหรับเชื่อมต่อควบคุมอุปกรณ์อื่นอย่าง X-ray และประตูหมุนโดยตรง เหมาะกับจุดที่ต้องการ "ควบคุมและบันทึกข้อมูล" มากกว่าแค่ตรวจจับ

ตารางเปรียบเทียบสเปกหลัก

หัวข้อเปรียบเทียบWTMD 60 Zone V5.0AI Walk Through Metal Detector GEN2
จำนวนโซนตรวจจับ60 โซนปรับความไวได้ทั้งภาพรวมและรายโซน (0–255 ระดับ) ครอบคลุมทุกทิศทางไม่มีจุดบอด
ระดับความไวปรับได้ 500 ระดับปรับได้ 0–255 ระดับ ทั้งแบบรวมและรายโซน
ความเร็วรองรับคนผ่านมากกว่า 60 คน/นาที (ความเร็วเดินผ่าน 0.4–1.2 ม./วินาที)เน้นความแม่นยำสูงก่อนมากกว่าการเร่งจำนวนคน (ช่องทางเดินกว้าง 727 มม.)
หน้าจอแสดงผลทัชสกรีน LCD Capacitive 7 นิ้วจอ A+ อุตสาหกรรม 29 นิ้ว ปรับความสว่างได้ 1–255 พร้อมเผยแพร่ข้อมูลหน้าจอ
ระบบยืนยันตัวตนไม่มีกล้อง / ระบบยืนยันตัวตนกล้อง IPC 4MP Starlight บันทึก 24 ชม. + ยืนยันตัวตนด้วยบัตร และเทียบใบหน้าสดหลายฐานข้อมูล
การเชื่อมต่อระบบอื่นพอร์ตอุปกรณ์ควบคุมการเตือน + พอร์ตเครือข่ายหลายแห่งส่งสัญญาณควบคุมได้ตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไป เชื่อมตรงกับ X-Ray / ประตูหมุน / Access Control
การจัดเก็บข้อมูลเก็บประวัติการแจ้งเตือนและจำนวนครั้งเก็บได้ตั้งแต่ 100,000 รายการขึ้นไป สืบค้นย้อนหลังตามคน / สถิติแจ้งเตือน / ข้อมูลใบหน้า
น้ำหนัก / การเคลื่อนย้าย40 กก. (เบา เคลื่อนย้ายง่าย)สุทธิ 90 กก. / รวม 100 กก. (ติดตั้งแบบถาวรมากกว่า)
อุณหภูมิใช้งาน-20°C ถึง +60°C-20°C ถึง +65°C พร้อมระบุความชื้นใช้งาน 95% ไม่กลั่นตัว
กำลังไฟ30 วัตต์น้อยกว่า 90 วัตต์
มาตรฐาน / การรับรองCE / FCC / RoHSISO 14001:2015, ISO 9001:2015, EU CE, FCC, RoHS, FDA
ระบบเสียงเตือน10 เสียง ปรับ 100 ระดับ10 เสียง ปรับ 100 ระดับ พร้อมโหมดปิดเสียง
โปรแกรมความปลอดภัย60 โปรแกรมในตัว24 สถานการณ์ พร้อมปรับระดับความปลอดภัย / ความไวอัตโนมัติ
วัดอุณหภูมิร่างกายไม่มีรองรับเป็นออปชันเพิ่มเติม
ความปลอดภัยต่อผู้ใช้ปลอดภัยต่อผู้ใช้ เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ และหญิงตั้งครรภ์สนามแม่เหล็กต่ำ ปลอดภัยต่อผู้ใช้ เครื่องกระตุ้นหัวใจ / สตรีมีครรภ์ และไม่กระทบฟิล์ม / เทป

จุดที่ต้องคิดให้ดีก่อนเลือก: AI GEN2 มากับกล้อง แปลว่าต้องคุย PDPA ด้วย

   ข้อดีของ AI GEN2 คือระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าที่ช่วยเสริมความแม่นยำ แต่สิ่งที่ฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายกฎหมายขององค์กรควรคุยกันก่อนติดตั้งคือเรื่อง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพราะเครื่องเก็บภาพและข้อมูลใบหน้าคนที่เดินผ่านจุดตรวจ องค์กรที่จะใช้ระบบนี้จึงควรมีนโยบายแจ้งเตือนและขอความยินยอมที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่ติดตั้งเครื่องแล้วจบ ส่วน 60 Zone V5.0 ไม่มีกล้อง จึงไม่มีประเด็นนี้เข้ามาเกี่ยวข้องเลย ถ้าองค์กรยังไม่พร้อมเรื่องกระบวนการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล การเริ่มจาก V5.0 ก่อนอาจเป็นทางเลือกที่จัดการง่ายกว่าในระยะแรก

เลือกรุ่นไหนดี เทียบตามกลุ่มผู้ใช้งานจริง

  • โรงงาน/นิคมอุตสาหกรรม ที่มีพนักงานเข้า-ออกจำนวนมากในเวลาเร่งด่วนช่วงเช้า-เย็น ต้องการความเร็วคัดกรองสูงเป็นหลัก 60 Zone V5.0 ตอบโจทย์ตรงนี้เพราะรองรับคนผ่านได้มากกว่า 60 คนต่อนาที และเคลื่อนย้ายไปติดตั้งหลายจุดได้ง่ายเพราะน้ำหนักเบา
  • Data Center/อาคาร High Security ที่ต้องการควบคุมการเข้าออกแบบละเอียด รู้ว่าใครผ่านจุดตรวจเมื่อไหร่ พร้อมเชื่อมกับระบบ Access Control และ X-ray ให้ทำงานเป็นชุดเดียวกัน AI GEN2 ตอบโจทย์ตรงนี้มากกว่า เพราะมีทั้งการยืนยันตัวตนและสัญญาณควบคุมเชื่อมต่อระบบอื่นในตัว
  • สนามบิน/หน่วยงานรัฐ/งานอีเวนต์คนเยอะ ที่ต้องบาลานซ์ทั้งความเร็วและการเก็บสถิติ มักใช้ทั้งสองรุ่นร่วมกันตามจุดตรวจ เช่น ใช้ 60 Zone V5.0 ที่จุดคัดกรองความเร็วสูง และใช้ AI GEN2 ที่จุดตรวจซึ่งต้องยืนยันตัวตนเข้มงวดกว่า
  • โลจิสติกส์ ที่เน้นตรวจพนักงาน/ผู้รับเหมาเข้าคลังสินค้าแบบประจำทุกวัน โดยยังไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลใบหน้า สามารถเริ่มจาก 60 Zone V5.0 ได้ก่อน แล้วค่อยอัปเกรดเป็น AI GEN2 ในภายหลังหากต้องการยกระดับ

เช่าหรือซื้อดีกว่ากัน สำหรับงานที่ไม่ได้ใช้ทุกวัน? ถ้าเป็นสถานที่ที่ต้องใช้งานทุกวันอย่างโรงงานหรืออาคารสำนักงาน การซื้อขาดจะคุ้มกว่าในระยะยาว แต่ถ้าเป็นภารกิจหรืออีเวนต์ที่มีกำหนดเวลาชัดเจน การเช่าจะช่วยประหยัดงบลงทุนโดยยังได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับเดียวกัน

Use Case

   เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 JARTON ได้นำระบบตรวจสอบความปลอดภัยเข้าประจำการที่จุดคัดกรอง ดูแลด้านเทคนิคให้กับภารกิจต้อนรับกำลังพลจากกองทัพเรือสหรัฐฯ กว่า 5,000 นาย ที่เดินทางขึ้นฝั่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยติดตั้งเครื่อง X-Ray 5030 ตรวจสัมภาระควบคู่กับ WTMD 60 Zone V5.0 เพื่อแยกการตรวจบุคคลและสัมภาระออกจากกันอย่างเป็นระบบ

   โจทย์ของภารกิจนี้คือการรักษาสมดุลระหว่างความแม่นยำ ความรวดเร็ว และความต่อเนื่องของการเดินทางผ่านพื้นที่ ทีมงานเลือกใช้ 60 Zone V5.0 เพราะรองรับคนผ่านได้มากกว่า 60 คนต่อนาที และการแบ่งพื้นที่ตรวจจับละเอียดถึง 60 โซนช่วยให้เจ้าหน้าที่ทราบตำแหน่งการแจ้งเตือนได้ละเอียดกว่าการแจ้งเตือนรวมทั้งตัว ลดเวลาตรวจสอบต่อคนในสถานการณ์ที่มีผู้ผ่านจุดตรวจต่อเนื่องจำนวนมาก

   เคสนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าสำหรับงานที่เน้น Throughput สูงในเวลาจำกัด อย่างการต้อนรับกำลังพลจำนวนมาก การเลือกรุ่นที่เน้นความเร็วอย่าง V5.0 เหมาะสมกว่า ในขณะที่ถ้าเป็นจุดตรวจถาวรที่ต้องบันทึกและสืบค้นข้อมูลย้อนหลังว่าใครผ่านจุดตรวจเมื่อไหร่ AI GEN2 จะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า เพราะมีระบบจัดเก็บข้อมูลมากกว่า 100,000 รายการและกล้องยืนยันตัวตนในตัว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ WTMD 60 Zone V5.0 และ AI GEN2

WTMD 60 Zone V5.0 กับ AI GEN2 ต่างกันตรงไหนมากที่สุด?
จุดต่างหลักคือ "ฟังก์ชันเสริม" ครับ V5.0 เน้นความเร็วในการตรวจจับโลหะ ส่วน AI GEN2 เพิ่มกล้องตรวจจับใบหน้า การจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก และการเชื่อมต่อกับระบบอื่น เช่น Access Control, Turnstile และ X-Ray ทำให้เป็นมากกว่าประตูตรวจจับโลหะทั่วไป
องค์กรขนาดเล็ก-กลางที่มีงบจำกัด ควรเลือกรุ่นไหนดี?
หากยังไม่จำเป็นต้องใช้ระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า แนะนำเริ่มจาก WTMD 60 Zone V5.0 เพราะให้ประสิทธิภาพการตรวจจับที่เพียงพอสำหรับงานทั่วไป และใช้งบลงทุนเริ่มต้นน้อยกว่า
AI GEN2 ตรวจจับใบหน้าได้จริงไหม ต้องขอความยินยอมหรือไม่?
ตรวจจับและบันทึกภาพได้จริงผ่านกล้อง IP 4MP ที่ติดตั้งภายในเครื่อง แต่เนื่องจากเป็นการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรควรมีนโยบายแจ้งเตือนและกระบวนการขอความยินยอมตาม PDPA ให้เรียบร้อยก่อนใช้งานจริง
ติดตั้งแบบข้างต่อข้าง (Side-by-Side) ได้ทั้งสองรุ่นหรือไม่?
ได้ทั้งสองรุ่น แต่ AI GEN2 รองรับการติดตั้งแบบข้างต่อข้างได้ดีกว่า เพราะมีระบบประมวลผลที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานหลายช่องตรวจ ขณะที่ V5.0 ควรเว้นระยะตามข้อกำหนดของผู้ผลิตเพื่อป้องกันการรบกวนของสนามแม่เหล็ก
รองรับผู้ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจหรือหญิงตั้งครรภ์หรือไม่?
รองรับทั้งสองรุ่นครับ ทั้ง WTMD 60 Zone V5.0 และ AI GEN2 ถูกออกแบบให้ใช้สนามแม่เหล็กระดับต่ำตามมาตรฐานสากล ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจและหญิงตั้งครรภ์เมื่อใช้งานตามคำแนะนำของผู้ผลิต
เชื่อมต่อกับเครื่อง X-Ray หรือประตูหมุน (Turnstile) ได้หรือไม่?
AI GEN2 รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ X-Ray, Turnstile และ Access Control ได้โดยตรง รวมถึงสามารถทำงานแบบ Interlocking ได้ ส่วน WTMD 60 Zone V5.0 รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่านพอร์ตสื่อสารและระบบแจ้งเตือน แต่ไม่ได้รองรับ Interlocking โดยตรงเหมือน AI GEN2
ก่อน ติด Walk-through Metal Detector ในโรงเรียน ต้องดูอะไรบ้าง? ก่อนใช้งานจริง
ต่อไป MiT คืออะไร? และทำไมซอฟต์แวร์ที่ดูแลกล้องทั้งองค์กรของคุณควรมีใบรับรองนี้